แก้นอนกรน แค่ไหนก็หายได้ ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ถ้าทำตามนี้

การรักษานอนกรน

มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 381153889 คน
วิธีรักษาอาการนอนกรน

เบื้องต้นแพทย์จะแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สำหรับผู้ที่นอนกรนในระดับที่ไม่รุนแรง เช่น ลดน้ำหนัก หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์โดยเฉพาะในช่วงเวลาก่อนเข้านอน เปลี่ยนท่านอนจากนอนหงายเป็นนอนตะแคง เป็นต้น ส่วนผู้ที่นอนกรนในระดับรุนแรงหรือมีสาเหตุการกรนมาจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แพทย์อาจมีแนวทางในการรักษาดังต่อไปนี้

 

การใช้อุปกรณ์ช่วยลดการนอนกรน จะใช้ในกรณีที่ไม่สามารถบรรเทาการนอนกรนได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น

 

อุปกรณ์ช่วยลดกรนทางจมูก เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ทางเดินหายใจในจมูก เช่น แผ่นแปะจมูก (Nasal Strip) มีลักษณะเป็นเทปกาวขนาดเล็กแปะที่บริเวณปีกจมูกทั้งสองข้าง

 

การตรวจสุขภาพการนอนหลับ (Sleep Test หรือ Polysomnography)  

การตรวจสุขภาพการนอนหลับเป็น การตรวจสำคัญที่ใช้เพื่อวิเคราะห์การทำงานของระบบต่าง ๆของร่างกายระหว่างการนอนหลับ เช่น ระบบการหายใจ ระดับออกซิเจนในเลือด การทำงานของคลื่นไฟฟ้าสมอง คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และกล้ามเนื้อ รวมถึง ศึกษาพฤติกรรมบางอย่างที่เกิดขึ้นขณะหลับด้วย ปัจจุบันถือว่าเป็นการตรวจมาตรฐานสากล (Gold standard) สำหรับการวินิจฉัย โรคต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่โรคหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น (Obstructive sleep apnea; OSA) รวมถึงการกระตุกของกล้ามเนื้อต่างๆ และพฤติกรรมที่ผิดปกติระหว่างการนอนหลับ เป็นต้น

การตรวจสุขภาพการนอนหลับ

เมื่อไหร่จึงควรรับการตรวจ Sleep test ข้อบ่งชี้ที่สำคัญของการตรวจ Sleep test ได้แก่ ผู้ที่มีปัญหานอนกรนดังผิดปกติ หรือมีอาการง่วงนอนกลางวันมากผิดปกติ ทั้ง ๆ ที่ได้นอนอย่างเพียงพอแล้ว, ผู้ที่มีอาการหายใจลำบาก และสงสัยว่าจะมีการหยุดหายใจขณะหลับ หรือ ผู้ที่มีพฤติกรรมการนอน ผิดปกติอื่น ๆ เช่น นอนแขนขากระตุก นอนกัดฟัน หรือ นอนละเมอ นอนฝันร้าย สะดุ้งตื่นเป็นประจำ เป็นต้น โดยผู้รับการตรวจควรพบแพทย์เฉพาะทางด้านโรคการนอนหลับโดยตรง หรือแพทย์สาขาที่เกี่ยวข้องเช่น หู คอ จมูก, อายุรแพทย์, หรือกุมารแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านนี้ เพื่อสอบถามประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียดก่อนและหลังการตรวจ เพื่อพิจารณาทางเลือกในการตรวจและรักษาแบบต่าง ๆ

 

อุปกรณ์ช่วยลดกรนทางปาก เช่น แผ่นแปะคาง (Chin Strip) มีลักษณะเป็นแผ่นหรือเทปแปะที่บริเวณใต้คางเพื่อป้องกันการอ้าปากในขณะนอนหลับ เป็นต้น

 

เครื่องช่วยจัดตำแหน่งของขากรรไกรล่าง (Mandibular Advancement Device: MAD) จะช่วยเพิ่มพื้นที่หลังของลำคอและป้องกันการตีบแคบของทางเดินหายใจซึ่งจะทำให้ลิ้นสั่นในขณะหายใจและเกิดเสียงกรนได้

 

การผ่าตัด จะใช้ในกรณีที่ไม่สามารถบรรเทาการนอนกรนได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือการใช้อุปกรณ์ช่วยลดการนอนกรนได้ เช่น

 

การผ่าตัดกระชับเนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อน ลิ้นไก่ และผนังคอหอย (Uvulopalatopharyngoplasty: UPPP) ในบางกรณีอาจมีการผ่าตัดต่อมทอนซิลและต่อมแอดีนอยด์ร่วมด้วย อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการพูดไม่ชัดหลังการผ่าตัด หรือเกิดผลข้างเคียงรุนแรงอย่างอื่นที่อาจเกิดขึ้นได้ประมาณ 1% เช่น เลือดออกมาก ปอดติดเชื้อ หัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดในสมอง เป็นต้น

 

การผ่าตัดตกแต่งเนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อนและลิ้นไก่โดยใช้เลเซอร์ (Laser-Assisted Uvulopalatoplasty: LAUP) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งแต่ในระยะยาวอาจให้ผลลัพธ์ได้ไม่ดีเท่าการผ่าตัดกระชับเนื้อเยื่อบริเวณเพดานอ่อน ลิ้นไก่ และผนังคอหอย

 

การผ่าตัดเพดานอ่อน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้เนื้อเยื่อและลดการสั่นของเพดานอ่อนในขณะนอนหลับ สามารถทำได้หลายวิธี เช่น การผ่าตัดด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency Ablation: RFA) ด้วยการใช้คลื่นวิทยุทำให้เนื้อเยื่อแข็งแรงขึ้น หรือการฝังพิลลาร์ (Pillar Procedure) โดยฉีดเส้นใยสังเคราะห์โพลีเอสเตอร์ที่เพดานอ่อน

 

การใช้ยา เพื่อรักษาที่ต้นเหตุของการนอนกรน เช่น ยาต้านฮีสตามีน (Antihistamine) ในการบรรเทาอาการบวมและระคายเคืองในจมูกของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือยาแก้คัดจมูก (Nasal Decongestant) แต่ไม่ควรใช้ต่อเนื่องนานเกิน 7 วัน เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงได้

 

ภาวะแทรกซ้อนของนอนกรน

นอนกรนนอกจากจะสร้างความรำคาญให้กับบุคคลที่นอนข้าง ๆ แล้ว อาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ดังต่อไปนี้

 

หยุดหายใจชั่วคราว อาจนานไม่กี่วินาทีหรือนานเป็นนาทีในขณะนอนหลับ มีสาเหตุมาจากทางเดินหายใจถูกปิดกั้นบางส่วนหรือทั้งหมด

 

นอนหลับไม่สนิท ตื่นกลางดึกหลายครั้ง ที่อาจรู้ตัวและไม่รู้ตัว ทำให้รู้สึกง่วงนอนในระหว่างวัน ส่งผลต่อการใช้ชีวิตและประสิทธิภาพในการขับขี่ยานพาหนะ

 

ความเสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง หากเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นเวลานาน

 

การป้องกันนอนกรน

นอนกรนในระดับที่ไม่รุนแรงสามารถบรรเทาและป้องกันได้ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้

  • ลดน้ำหนัก โดยเฉพาะผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน จะช่วยให้การนอนกรนลดลงได้
  • นอนตะแคง การนอนหงายเพิ่มโอกาสให้ลิ้นไปปิดกั้นทางเดินหายใจ วิธีแก้ ลองเย็บกระเป๋าเล็ก ๆ ที่ด้านหลังเสื้อนอน แล้วใส่ลูกเทนนิสลงไป หากกังวลว่าจะกลับมานอนหงายในระหว่างการนอนหลับ
  • นอนหมอนสูง โดยใช้หมอนรองให้ศีรษะสูงขึ้นประมาน 4 นิ้ว
  • ใช้แผ่นแปะจมูกหรือตัวถ่างจมูกในขณะนอนหลับ จะช่วยเพิ่มพื้นที่ทางเดินหายใจในจมูก ทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น
  • ลดการปิดกั้นของทางเดินหายใจในจมูก ในผู้ป่วยภูมิแพ้หรือผนังกั้นช่องจมูกคดจะหายใจทางจมูกไม่สะดวกจึงต้องหายใจทางปาก ทำให้เพิ่มโอกาสในการนอนกรนได้มากขึ้น
  • ลดปริมาณหรือหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน หรือหลีกเลี่ยงการใช้ยานอนหลับและยาระงับประสาท เพื่อลดโอกาสที่ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณลำคอคลายตัวและปิดกั้นทางเดินหายใจ
  • เลิกสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุให้คัดจมูก และหายใจไม่สะดวก
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เด็กก่อนวัยเรียนควรนอนประมาณ 11-12 ชั่วโมงต่อวัน เด็กในวัยเรียนควรนอนอย่างน้อย 10 ชั่วโมงต่อวัน วัยรุ่นควรนอนประมาณ 9-10 ชั่วโมงต่อวัน และผู้ใหญ่ควรนอนอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน
บทความต่อไป
สาเหตุนอนไม่หลับ
บอกลาปัญหานอนไม่หลับจะท่ากายภาพบำบัดที่คุณก็ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน

การนอนไม่หลับถือได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับใครหลายคนเพราะการนอนไม่หลับทำให้เราหงุดหงิด เมื่อเราไม่สามารถสั่งให้ร่างกายเราหลับ ตามที่เราต้องการได้ ทั้งๆที่เวลาก็ล่วงเลยไปบางทีตี 1 ตี 2 บางทีจนตี 3 ก็ยังนอนไม่หลับถึงแม้ว่าร่างกายเราจะเรียกร้องให้เราหลับไปตาม การทำงานของนาฬิกาชีวิตก็ตามดังนั้นปัญหาการนอนไม่หลับจึงทำให้หลายคนรู้สึกทรมานกับอาการเหล่านี้ที่เกิดขึ้นทุกคืน นอกจากนี้ หลายคนยังเกิดเป็นโรค หยุดหายใจขณะหลับซึ่งเกิดจากการนอนกรน ซึ่งการนอนกรน ก็เป็นสาเหตุ ที่ทำให้เกิดการนอนไม่หลับได้เช่นกัน ดังนั้นทางการนอนไม่หลับ อาการนอนกรน และโรคหยุดหายใจขณะหลับจึงเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงและสัมพันธ์กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้การที่เราเป็นอย่างหนึ่งก็มักจะทำให้เกิดโรคอีกอย่างหนึ่งในนี้วนเวียนกันอยู่เรื่อยไปดังนั้น แก้ไขปัญหาต่างๆเหล่านี้เราจึงสามารถทำได้ด้วยการใช้ท่านอนที่มีผลต่อการไหลเวียนอากาศ ในร่างกายได้ดีช่วยให้เรานอนหลับสบายไม่เกิดอาการกรนและไม่เกิด ภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อีกด้วย   ท่ากายภาพ ที่มีผลต่อการนอนหลับและการหยุดหายใจขณะหลับ   การนอนหงายแบบเอนหลัง 30 องศา เป็นท่านอนหงายที่ได้จากการวิจัยและเก็บข้อมูลของผู้ที่มีอาการต่างๆข้างต้นซึ่งพบว่าท่านอนหงายแบบเอนหลัง 30 องศานี้เป็นท่านอนที่มีภาวะต้านการหายใจน้อยที่สุดและรองลงมาคือการนอนตะแคงซ้ายและนอนตะแคงขวาซึ่งได้ผลไม่ต่างกันมากนักส่วนการนอนหงายราบกับพื้นเป็นท่านอนที่เราควรหลีกเลี่ยงเพราะท่านี้จะมีผล ทำให้เกิดการต้านการหายใจมากที่สุดนั่นเอง   ดังนั้นถ้าหากเราจะทำการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และยังช่วยลดความเสี่ยงสำหรับผู้ที่คิดว่าอาจจะเป็นโรคนี้ จึงควรที่จะเปลี่ยนท่านอนจากที่เคยนอนอยู่เดิมมาทดลองนอนหงายแบบเอนหลัง 30 องศาโดยที่ หนุนด้วยหมอนที่ไล่ระดับลงมาจากส่วนที่หนุนศีรษะสูงที่สุดมายังต้นคอและไหล่โดยที่ควรจะมีหมอนใบเล็กรองรับข้อพับเข่าอีกใบหนึ่งเพื่อไม่ให้กระดูกสันหลังและคอคดงอ การนอนแบบนี้จะเป็นท่านอนที่ช่วยให้ทางเดินหายใจของเราเปิดโล่ง ซึ่งปัญหาของภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่เรามักจะทราบกันเป็นอย่างดีเสมอก็คือมีสาเหตุมาจากการที่ลำคอเราบีบแคบลงหรือตีบตันหรือเกิดจากการที่ลิ้นไก่ห้อยตัวลงมาปิดช่องทางเดินหายใจซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ก็เกิดขึ้นจากการที่เรานอนหงายราบกับพื้นดังนั้นการนอนแบบเอนหลัง 30 องศาจึงเป็นท่านอนที่ดีที่จะช่วยลดปัญหาและลดสาเหตุต่างๆเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

อาการนอนไม่หลับ
การนอนไม่หลับ กับเครื่องดื่มดีๆที่ช่วยคุณได้

การนอนไม่หลับอาจจะฟังดูเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับหลายคนที่ไม่เคยเกิดสภาวะนี้เกิดขึ้นกับร่างกายเราตลอดเวลาเรานอนหลับอย่างเป็นปกติและนอนหลับดีตลอดมาแต่สำหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับบ่อยๆเมื่อฟังดูแล้วก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าสนุกเอาซะเลย  เพราะการนอนไม่หลับถือเป็นความทรมานอย่างหนึ่ง เมื่อร่างกายต้องการพักผ่อนตามเวลาของนาฬิกาชีวิต   แต่เรากลับยังไม่รู้สึกง่วงหรือพยายามข่มตานอนแล้วแต่ก็นอนไม่หลับสักที  ซึ่งการนอนไม่หลับยังส่งผลทำให้เรารู้สึกเพลียตลอดทั้งวัน ไม่สดชื่นไม่สดใสตามที่ควรจะเป็น  อีกทั้งยังทำร้ายผิวพรรณ  ทำให้ความจำเราไม่มีประสิทธิภาพ  หรือพูดง่ายๆว่าความจำเราลดน้อยลง กระบวนการเรียนรู้และตอบสนองช้าลง  คิดช้าลงและมีอาการหงุดหงิดง่ายมากขึ้นอีกด้วยที่สำคัญก็คืออาจจะทำให้เกิดอาการหลับใน  ซึ่งเป็นปัญหาอย่างยิ่งและเป็นอันตรายสำหรับผู้ที่ต้องขับรถหรือเดินทางอยู่บ่อยๆ  และการนอนไม่หลับนี้ยังส่งผลทำให้หลอดเลือดสมองตีบ  เสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้เร็วกว่าคนปกติ  นอกจากนี้ยังทำให้เป็นโรคอื่นๆ  ตามมาได้อย่างง่ายดายมากอีกด้วย   ซึ่งถือได้ว่าการนอนไม่หลับไม่ใช่เป็นเพียงแค่อาการเล็กน้อยเท่านั้น  แต่ผลเสียที่ตามมาอีกมากมายทำให้การนอนหลับกลายเป็นเรื่องที่น่ากลัว  ดังนั้น  วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าวิธีการที่จะช่วยให้เรานอนหลับง่ายขึ้นสบายมากยิ่งขึ้นต้องทำอย่างไรบ้าง   แก้ปัญหาการนอนไม่หลับ วิธีการแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับสามารถทำได้อย่างหลากหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการลดความตึงเครียดด้วยการผ่อนคลายหรือยืดเหยียดกล้ามเนื้ออยู่ค่ะเบาๆก่อนนอนก็สามารถช่วยได้รวมไปถึงการที่เราได้หัวเราะกับเรื่องราวหรือสิ่งต่างๆตามสภาวะอารมณ์ให้เป็นบวกก็ทำให้เราผ่อนคลายจากเรื่องตึงเครียดทั้งหลายและทำให้หลับสบายได้มากยิ่งขึ้นนอกจากนี้ยังมีเรื่องของการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มโดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องดื่มที่จะช่วยให้เรานอนหลับสบายและหลับได้ง่ายมากยิ่งขึ้นดังนี้   การดื่มชาสมุนไพรอุ่นๆ ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวหรือชาขาว แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้นแนะนำให้ดื่มชาดอกคาโมมายซึ่งจะทำให้เราผ่อนคลายจากกลิ่นอ่อนๆของดอกคาโมมายช่วยให้เราหลับสบายมากยิ่งขึ้น   น้ําเชอรี่ทาร์ต  ถือได้ว่าเป็นน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพเพราะน้ำตาลน้อยซึ่งถ้าหากเราจะดื่มน้ำผลไม้ก่อนนอนประเภทอื่นๆอย่างเช่นน้ำส้มซึ่งเต็มไปด้วยวิตามินซีแต่ก็จะมีน้ำตาลสูงมากอาจจะทำให้ร่างกายเราตื่นตัวมากยิ่งขึ้นจากภาวะที่ร่างกายได้รับน้ำตาลเข้าไปทำให้ร่างกายตื่นตัวดังนั้นลองเปลี่ยนมาเป็นน้ำ Cherryทาร์ต ก็จะสามารถช่วยให้เรานอนหลับได้อย่างสบายมากยิ่งขึ้นและไม่ต้องกังวลกับการตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อที่จะลุกเข้าห้องน้ำนั่นเอง   นมอุ่นๆเป็นเครื่องดื่มที่เกิดมาเพื่อปราบการนอนไม่หลับเพราะมีคาร์โบไฮเดรตอีกทั้งการที่ร่างกายได้รับอะไรอุ่นๆจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นและเมื่อร่างกายต้องทำหน้าที่ย่อยคาร์โบไฮเดรตก็จะทำให้เรารู้สึกง่วงได้ง่ายมากยิ่งขึ้นจึงทำให้เรานอนหลับสบาย

สาเหตุอาการนอนไม่หลับ
ความกังวลใจทำให้นอนไม่หลับ กลายเป็นภัยร้าย ทำลายสุขภาพ

การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ สำหรับแต่ละคนย่อมแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายความแข็งแรงและภูมิต้านทานซึ่งบางคนอาจจะต้องการการนอนหลับอย่างเต็มที่เพียงแค่ 4 ชั่วโมงบางคนอาจจะต้องการมากถึง 6 และ 8 ชั่วโมงตามลำดับเพื่อซ่อมแซมส่วนสึกหรอต่างๆของร่างกาย แต่ยังมีอีกหลายคนที่เกิดอาการ นอนยากหรือเป็นโรคนอนไม่หลับ  เรามักจะพบว่าอาการส่วนใหญ่มักจะมีความรู้สึกกระสับกระส่าย กระวนกระวายใจ  กว่าที่จะนอนหลับลงได้ต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานและสิ่งที่สำคัญคือเราไม่รู้สึกง่วงเลยแม้แต่นิดเดียว  แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือมันมักจะเป็นสิ่งที่สวนทางกับความต้องการของนาฬิกาชีวิตนั่นก็คือ  เมื่อถึงเวลากลางคืนร่างกายต้องได้รับการนอนและการหลับ แต่เมื่อเรานอนไม่หลับร่างกายก็จะเกิดภาวะหงุดหงิดกระวนกระวายใจ  และมีความต่างศักย์กระแสอย่างที่เป็น ซึ่งสาเหตุของการนอนไม่หลับอาจเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจเป็นต้น   สาเหตุของการนอนไม่หลับมีดังนี้ ปัจจัยทางด้านร่างกาย  ที่ทำให้เรานอนไม่หลับมักจะมีการเจ็บป่วยของโรคหรือการเจ็บปวดตามร่างกายหรืออวัยวะต่างๆจนทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหรือความรู้สึกไม่สบายตัวจนนอนไม่หลับเช่นโรคกระเพาะ ไมเกรน อาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุต่างๆ หรือบางคนอาจจะเป็นโรคหายใจผิดปกติขณะหลับ รวมไปถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ จนทำให้เรา ต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกในบางครั้ง ที่สมองสั่งให้ร่างกายหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปและทำให้เราอื่นจนนอนไม่หลับอีกทีในที่สุด   ปัจจัยทางด้านจิตใจ  ก็ส่งผลทำให้เรานอนไม่หลับได้เช่นกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องความเครียดความวิตกกังวลต่างๆบางคนอาจจะเป็นเรื่องงานในที่ทำงาน บางคนอาจจะมีเรื่องกลุ้มใจเกี่ยวกับปัญหาด้านความรัก จนทำให้เกิดความรู้สึกซึมเศร้าวิตกกังวลและหดหู่มากจนเกินไปทำให้ความดันในร่างกายผิดปกติตามไปด้วย หรือบางคนอาจจะมีภาวะดีใจรวมกับการตื่นเต้นทำให้เกิดการประมาทและมีความตึงเครียดปนด้วย สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในร่างกายจนไม่สามารถนอนหลับได้ตามปกติ   ปัจจัยภายนอกซึ่งส่งผลทำให้เรานอนไม่หลับก็มีมากมายเช่นกัน  ยกตัวอย่างเช่น เสียงดังรบกวนแสงสว่างในห้องมีมากเกินไป  หรือแสงสว่างภายนอกห้องที่ส่องเข้ามาภายในห้องมากเกินไป การที่เราต้องรับรู้กลิ่นต่างๆ จนรบกวนสมาธิ รบกวนประสาทสัมผัสในการนอนหลับ เป็นต้น   และไม่ว่าจะเป็นสาเหตุที่เกิดจากปัจจัยภายนอกหรือภายในก็ตามเราควรที่จะหาวิธีป้องกันและผ่อนคลายความตึงเครียดไม่ปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในสภาวะนอนไม่หลับนานจนเกินไปซึ่งอาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายจนทำให้ป่วยเป็นโรคต่างๆตามมาได้อย่างง่ายดายเนื่องจากร่างกายอ่อนแอและภูมิต้านทานโรคของเราก็ต่ำลงจากการไม่ได้พักผ่อนนั่นเอง

get_footer();