อาหาร 4 ชนิด กิน ก่อนนอน ผอมแน่!!!! - Sleep Calculator

อาหาร 4 ชนิด กิน ก่อนนอน ผอมแน่!!!!

มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 765056265 คน
health food ผมแน่

สำหรับคนอยากผอมมาดูกัน อาหาร 4 ชนิด กิน ก่อนนอน ผอมแน่!!!!

สำหรับสาวที่ขาดความมั่นใจ ในรูปร่างของตนเอง หรือสาวบางคนที่มีรูปร่างท้วม อวบ หรือขั้นอ้วน หลายๆ คนเข้าใจว่า “ถ้าทานอาหารก่อนนอนจะยิ่งทำให้อ้วน” นั่นเป็นเพราะว่าถ้าไม่มีการย่อยอาหารที่ทานให้หมดภายในวันนั้นๆ จะทำให้ร่างกายสะสมไขมันไว้ สำหรับความคิดในการทานอะไรก่อนนอนสักสามชั่วโมงก็ยังคงเป็นพื้นฐานของการลดหุ่นของบรรดาสาวๆ แต่จริงๆ ยังมีอาหารบางอย่างที่ทานแล้วช่วยในการลดหุ่นได้เช่นกัน  ถ้ามีของที่ทานแล้วลดหุ่นได้จริง ดังนั้นเรามาทำความรู้จัก ของดี 4 อย่างนี้กัน

 

แต่ก่อนที่จะรู้ว่าทำไมกินก่อนนอนแล้วผอม โดยจริงๆ แล้วมีตัวเอกของการผอมอยู่ที่ โกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) กับการลดน้ำหนัก เป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาในขณะที่เรากำลังนอนหลับค่ะ มันจะช่วยสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อของเรา และฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเราค่ะ ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น ร่างกายแข็งแรงขึ้น และฮอร์โมนนี้จะสำคัญกับเด็กที่กำลังเจริญเติบโตอย่างมากค่ะ ถ้าเด็กขาดโกรทฮอร์โมนจะเตี้ยแคระนั่นเองค่ะ ส่วนผู้ใหญ่หากขาดโกรทฮอร์โมนก็จะอ่อนเพลีย ซึมเศร้า อ้วน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ และสมรรถภาพทางเพศลดลงค่ะ จะเห็นได้ว่าโกรทฮอร์โมนมีผลโดยตรงกับการลดความอ้วนนั่นเองค่ะ

 

ของดี 4 อย่างที่ทานแล้วผอมมีไรบ้าง ลองเลือกดูว่าเราทานอะไรได้บ้าง

1. กล้วย

health food

เมื่อร่างกายได้ดูดซึมแอล-อาร์จินีน (L-Arginine) ที่มีอยู่ในกล้วย ซึ่งแอลอาร์จินีน คือกรดอะมิโน ที่ถือว่าเป็น “โมเลกุลมหัศจรรย์” มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายมหาศาลเพราะ L-Arginine จะกระตุ้นให้ร่างกายผลิต ไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) เพื่อช่วยในเรื่องการขยายตัวของหลอดเลือด รวมทั้งกระตุ้นการหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในการคงความเป็นหนุ่มเป็นสาว ช่วยชะลอความชรา ถ้าดูดซึมหลังตื่นนอนช่วงเช้า ก่อนออกกำลัง หรือก่อนนอนหลับในช่วงกลางคืน ก็จะถูกแสดงผลได้ระดับที่ดีที่สุด และกล้วยยังมีไฟเบอร์ที่ช่วยในการระบบขับถ่าย ไม่ให้ท้องผูกอีกด้วย

2.โยเกิร์ต

yogert

ประโยชน์ของโยเกิร์ตจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของโยเกิร์ตได้ดี หลังอาหารเย็นหรือ ก่อนนอน 2-3 ชั่วโมง ช่วงเวลาดังกล่าวเรียกว่า “โกลเดนไทม์” ช่วง 4 ทุ่ม ถึงตี2 เป็นช่วงเวลาที่เชื้อจุลินทรีย์ Lactobacillus จะถูกลำเลียงไปยังลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้แก้อาการท้องผูกได้ดี ปรับสภาพลำไส้ได้อย่างดี ส่งผลต่อการลดความอ้วน

3.น้ำผึ้ง

น้ำผึ้ง

ในน้ำผึ้งเป็นของกินที่มีสรรพคุณมากมาย ในน้ำผึ้งมีกลุ่มวิตามินบี และวิตามินเค ช่วยบำรุงผิวพรรณ กระตุ้นการเผาผลาญไขมัน ลดคอเลสเตอรอล ช่วยในการหลั่ง Growth Hormone ซึ่งการหลับที่เพียงพอเป็นสิงที่จำเป็นมากๆ คาร์โบไฮเดรตที่สะสมที่ตับจะกลายมาเป็นพลังงานให้สมองทำหน้าที่หลัง Growth Hormone ออกมา ถ้าทานน้ำผึ้งก่อนนอนก็จะสามารถทำให้ตับสะสมคาร์โบไฮเดรตอย่างเพียงพอ ซึ่งจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นพลังงานในที่สุด

น้ำผึ้งสักหนึ่งช้อนก่อนนอนจะช่วยเพิ่ม อินซูลิน ให้กับคุณ ซึ่งเจ้าอินซูลินเนี่ย จะช่วยให้สารทริปโตเฟนเพิ่มขึ้น หากคุณไม่อยากทานน้ำผึ้งเปล่าๆ แนะนำให้ชงชาหรือน้ำอุ่นๆสักแก้วแล้วจึงใส่น้ำผึ้งลงไป คืนนี้บอกเลย หลับสนิทแน่นอน!

4.นัตโตะ

 

เมื่อพูดถึงอาหารสุขภาพ หากถามคนญี่ปุ่นหนึ่งในคำตอบ จะต้องมีนัตโตะ ซึ่งเป็นอาหารสุขภาพ แถมหากทานนัตโตะในตอนกลางคืนจะมีประสิทธิภาพในการลดความอ้วนได้ดีกว่านำมารับประทานในตอนเช้า ในนัตโตะจะมีส่วนประกอบของเอนไซม์ที่เรียกว่า “Nattokinase” เอนไซม์นี้จะช่วยในเรื่องการไหลเวียนโลหิต และเมื่อเลือดไหลเวียนได้ดี ระบบจะเผาผลาญอาหาร (Metabolism) ก็จะทำงานมากขึ้น ในระหว่างที่นอนหลับ เลือดจะไหลเวียนได้ หลังที่เรารับประทานนัตโตะจะทำงาน 10-12 ชั่วโมง และถ้ารับประทานในตอนกลางคืน การไหลเวียนโลหิตจะไหลเวียนได้ดีขณะที่กำลังหลับด้วย

 

เมื่อรู้ถึงสรรพคุณของสิ่งที่สามารถทานได้ก่อนนอน ก็เลือกบริโภคแต่ปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อป้องกันการได้รับสารอาหารที่มากจนเกินไป หรือหากทานมากเกินไปอาจส่งผลให้เป็นกรดไหลย้อนได้ และควรรับประทานก่อนการนอนอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงด้วย นี่คือสิ่งดีที่พกมาแนะนำวิธีสำหรับการลดความอ้วน ที่ไม่ต้องทนทรมานกับความหิวอีกต่อไป

บทความที่น่าสนใจ
พฤติกรรมที่ควรเลิกทำก่อนนอน เพราะอาจทำเกิดปัญหาเรื่องกการนอนหลับ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้ปัญหาเรื่องการนอนหลับ ได้เข้ามารบกวนการดำเนินชีวิตของใครหลาย ๆ คน ทำให้เกิดผลกระทบต่อการทำงาน และสุขภาพในด้านต่าง ๆ ทั้งนี้ปัญหาเรื่องการนอนดังกล่าวอาจสอดคล้องกับพฤติกรรมที่เราได้ทำก่อนเข้านอน วันนี้เราจึงอยากให้ทุกคนลองสังเกตพฤติกรรมของตัวเองดูว่า เข้าข่าย “พฤติกรรมที่ควรเลิกทำก่อนนอน” หรือไม่ ตามไปดูกันได้เลยค่ะ การเล่นโทรศัพท์มือถือ แน่นอนในทุกวันนี้พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว แต่เราขอเตือนว่าในช่วงเวลาก่อนนอนหรือตอนที่เราปิดไฟกำลังเข้านอนแล้ว ไม่ควรใช้อุปกรณ์เหล่านี้อีก เพราะการแจ้งเตือนต่าง ๆ จะรบกวนช่วงเวลาเคลิ้มหลับของเรา ทำให้เราไม่สามารถข่มตาหลับได้ หรือลองจิตนาการว่าคุณได้หลับไปแล้ว แต่ต้องตื่นขึ้นกลางดึกเพราะมีเสียงแจ้งเตือนดังมาจากมือถือ ดังนั้นคำแนะนำของเราคือควรหยุดการเล่นมือถือก่อนเข้านอนประมาณ 30 นาที และปิดการแจ้งเตือนต่าง ๆ เพื่อที่คุณจะได้หลับโดยไม่มีอะไรมารบกวน การออกกำลังกายอย่างหนัก การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดี แต่การออกกำลังกายอย่างหนักก่อนนอนนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดีต่อร่างกายแน่นอน เพราะจะทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ร่างกายต้องทำงานอย่างหนัก และอยู่ในสภาวะตื่นตัว กว่าร่างกายจะเข้าสู่โหมดพักผ่อนนั้นจะค่อนข้างกินเวลา ทางที่ดีควรออกกำลังกายก่อนเวลานอนปกติประมาณ 3 ชั่วโมง ไม่อาบน้ำก่อนนอน เมื่อร่างกายต้องเผชิญกับมลภาวะต่าง ๆ มาตลอดทั้งวัน และยังมีคราบเหงื่อไคลรวมถึงเชื้อโรค ทางทีดีเราควรชำระล้างร่างกายก่อนนอน เพื่อทำให้รู้สึกสบายตัว และไม่ทำให้เตียงของเรากลายเป็นแหล่งบ่มเพาะเชื้อโรค นอกจากนี้การอาบน้ำอุ่นก่อนนอนจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและรู้สึกสบายตัวมากขึ้น ทั้งนี้ควรเลือกอาบน้ำ/แช่น้ำอุ่นก่อนนอนอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพราะการอาบน้ำอุ่นและเข้านอนทันที อาจทำให้คุณนอนไม่หลับได้ เพราะน้ำอุ่นจะไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้ร่างกายตื่นตัวจนไม่สามารถข่มตานอนได้นั่นเอง […]

สาเหตุนอนไม่หลับ
บอกลาปัญหานอนไม่หลับจะท่ากายภาพบำบัดที่คุณก็ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน

การนอนไม่หลับถือได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับใครหลายคนเพราะการนอนไม่หลับทำให้เราหงุดหงิด เมื่อเราไม่สามารถสั่งให้ร่างกายเราหลับ ตามที่เราต้องการได้ ทั้งๆที่เวลาก็ล่วงเลยไปบางทีตี 1 ตี 2 บางทีจนตี 3 ก็ยังนอนไม่หลับถึงแม้ว่าร่างกายเราจะเรียกร้องให้เราหลับไปตาม การทำงานของนาฬิกาชีวิตก็ตามดังนั้นปัญหาการนอนไม่หลับจึงทำให้หลายคนรู้สึกทรมานกับอาการเหล่านี้ที่เกิดขึ้นทุกคืน นอกจากนี้ หลายคนยังเกิดเป็นโรค หยุดหายใจขณะหลับซึ่งเกิดจากการนอนกรน ซึ่งการนอนกรน ก็เป็นสาเหตุ ที่ทำให้เกิดการนอนไม่หลับได้เช่นกัน ดังนั้นทางการนอนไม่หลับ อาการนอนกรน และโรคหยุดหายใจขณะหลับจึงเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงและสัมพันธ์กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้การที่เราเป็นอย่างหนึ่งก็มักจะทำให้เกิดโรคอีกอย่างหนึ่งในนี้วนเวียนกันอยู่เรื่อยไปดังนั้น แก้ไขปัญหาต่างๆเหล่านี้เราจึงสามารถทำได้ด้วยการใช้ท่านอนที่มีผลต่อการไหลเวียนอากาศ ในร่างกายได้ดีช่วยให้เรานอนหลับสบายไม่เกิดอาการกรนและไม่เกิด ภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อีกด้วย   ท่ากายภาพ ที่มีผลต่อการนอนหลับและการหยุดหายใจขณะหลับ   การนอนหงายแบบเอนหลัง 30 องศา เป็นท่านอนหงายที่ได้จากการวิจัยและเก็บข้อมูลของผู้ที่มีอาการต่างๆข้างต้นซึ่งพบว่าท่านอนหงายแบบเอนหลัง 30 องศานี้เป็นท่านอนที่มีภาวะต้านการหายใจน้อยที่สุดและรองลงมาคือการนอนตะแคงซ้ายและนอนตะแคงขวาซึ่งได้ผลไม่ต่างกันมากนักส่วนการนอนหงายราบกับพื้นเป็นท่านอนที่เราควรหลีกเลี่ยงเพราะท่านี้จะมีผล ทำให้เกิดการต้านการหายใจมากที่สุดนั่นเอง   ดังนั้นถ้าหากเราจะทำการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และยังช่วยลดความเสี่ยงสำหรับผู้ที่คิดว่าอาจจะเป็นโรคนี้ จึงควรที่จะเปลี่ยนท่านอนจากที่เคยนอนอยู่เดิมมาทดลองนอนหงายแบบเอนหลัง 30 องศาโดยที่ หนุนด้วยหมอนที่ไล่ระดับลงมาจากส่วนที่หนุนศีรษะสูงที่สุดมายังต้นคอและไหล่โดยที่ควรจะมีหมอนใบเล็กรองรับข้อพับเข่าอีกใบหนึ่งเพื่อไม่ให้กระดูกสันหลังและคอคดงอ การนอนแบบนี้จะเป็นท่านอนที่ช่วยให้ทางเดินหายใจของเราเปิดโล่ง ซึ่งปัญหาของภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่เรามักจะทราบกันเป็นอย่างดีเสมอก็คือมีสาเหตุมาจากการที่ลำคอเราบีบแคบลงหรือตีบตันหรือเกิดจากการที่ลิ้นไก่ห้อยตัวลงมาปิดช่องทางเดินหายใจซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ก็เกิดขึ้นจากการที่เรานอนหงายราบกับพื้นดังนั้นการนอนแบบเอนหลัง 30 องศาจึงเป็นท่านอนที่ดีที่จะช่วยลดปัญหาและลดสาเหตุต่างๆเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

อาการนอนไม่หลับ
การนอนไม่หลับ กับเครื่องดื่มดีๆที่ช่วยคุณได้

การนอนไม่หลับอาจจะฟังดูเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับหลายคนที่ไม่เคยเกิดสภาวะนี้เกิดขึ้นกับร่างกายเราตลอดเวลาเรานอนหลับอย่างเป็นปกติและนอนหลับดีตลอดมาแต่สำหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับบ่อยๆเมื่อฟังดูแล้วก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าสนุกเอาซะเลย  เพราะการนอนไม่หลับถือเป็นความทรมานอย่างหนึ่ง เมื่อร่างกายต้องการพักผ่อนตามเวลาของนาฬิกาชีวิต   แต่เรากลับยังไม่รู้สึกง่วงหรือพยายามข่มตานอนแล้วแต่ก็นอนไม่หลับสักที  ซึ่งการนอนไม่หลับยังส่งผลทำให้เรารู้สึกเพลียตลอดทั้งวัน ไม่สดชื่นไม่สดใสตามที่ควรจะเป็น  อีกทั้งยังทำร้ายผิวพรรณ  ทำให้ความจำเราไม่มีประสิทธิภาพ  หรือพูดง่ายๆว่าความจำเราลดน้อยลง กระบวนการเรียนรู้และตอบสนองช้าลง  คิดช้าลงและมีอาการหงุดหงิดง่ายมากขึ้นอีกด้วยที่สำคัญก็คืออาจจะทำให้เกิดอาการหลับใน  ซึ่งเป็นปัญหาอย่างยิ่งและเป็นอันตรายสำหรับผู้ที่ต้องขับรถหรือเดินทางอยู่บ่อยๆ  และการนอนไม่หลับนี้ยังส่งผลทำให้หลอดเลือดสมองตีบ  เสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้เร็วกว่าคนปกติ  นอกจากนี้ยังทำให้เป็นโรคอื่นๆ  ตามมาได้อย่างง่ายดายมากอีกด้วย   ซึ่งถือได้ว่าการนอนไม่หลับไม่ใช่เป็นเพียงแค่อาการเล็กน้อยเท่านั้น  แต่ผลเสียที่ตามมาอีกมากมายทำให้การนอนหลับกลายเป็นเรื่องที่น่ากลัว  ดังนั้น  วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าวิธีการที่จะช่วยให้เรานอนหลับง่ายขึ้นสบายมากยิ่งขึ้นต้องทำอย่างไรบ้าง   แก้ปัญหาการนอนไม่หลับ วิธีการแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับสามารถทำได้อย่างหลากหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการลดความตึงเครียดด้วยการผ่อนคลายหรือยืดเหยียดกล้ามเนื้ออยู่ค่ะเบาๆก่อนนอนก็สามารถช่วยได้รวมไปถึงการที่เราได้หัวเราะกับเรื่องราวหรือสิ่งต่างๆตามสภาวะอารมณ์ให้เป็นบวกก็ทำให้เราผ่อนคลายจากเรื่องตึงเครียดทั้งหลายและทำให้หลับสบายได้มากยิ่งขึ้นนอกจากนี้ยังมีเรื่องของการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มโดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องดื่มที่จะช่วยให้เรานอนหลับสบายและหลับได้ง่ายมากยิ่งขึ้นดังนี้   การดื่มชาสมุนไพรอุ่นๆ ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวหรือชาขาว แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้นแนะนำให้ดื่มชาดอกคาโมมายซึ่งจะทำให้เราผ่อนคลายจากกลิ่นอ่อนๆของดอกคาโมมายช่วยให้เราหลับสบายมากยิ่งขึ้น   น้ําเชอรี่ทาร์ต  ถือได้ว่าเป็นน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพเพราะน้ำตาลน้อยซึ่งถ้าหากเราจะดื่มน้ำผลไม้ก่อนนอนประเภทอื่นๆอย่างเช่นน้ำส้มซึ่งเต็มไปด้วยวิตามินซีแต่ก็จะมีน้ำตาลสูงมากอาจจะทำให้ร่างกายเราตื่นตัวมากยิ่งขึ้นจากภาวะที่ร่างกายได้รับน้ำตาลเข้าไปทำให้ร่างกายตื่นตัวดังนั้นลองเปลี่ยนมาเป็นน้ำ Cherryทาร์ต ก็จะสามารถช่วยให้เรานอนหลับได้อย่างสบายมากยิ่งขึ้นและไม่ต้องกังวลกับการตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อที่จะลุกเข้าห้องน้ำนั่นเอง   นมอุ่นๆเป็นเครื่องดื่มที่เกิดมาเพื่อปราบการนอนไม่หลับเพราะมีคาร์โบไฮเดรตอีกทั้งการที่ร่างกายได้รับอะไรอุ่นๆจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นและเมื่อร่างกายต้องทำหน้าที่ย่อยคาร์โบไฮเดรตก็จะทำให้เรารู้สึกง่วงได้ง่ายมากยิ่งขึ้นจึงทำให้เรานอนหลับสบาย