9 เทคนิคพิชิตความหิว ก่อนนอน ในช่วงลดน้ำหนัก - Sleep Calculator

9 เทคนิคพิชิตความหิว ก่อนนอน ในช่วงลดน้ำหนัก

มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 253692149 คน
ทารอาหารก่อนนอน

ทารอาหารก่อนนอน

สำหรับคนที่อยู่ท่ามกลางของกินที่อร่อยๆ มาล่อตาล่อใจอยู่ทุกวัน คงทำใจได้ลำบาก  ยิ่งถ้าเป็นคนที่ต้องการลดน้ำหนักแล้ว ยิ่งเป็นทุกข์มากเลย

 

นอกจากนี้อีกปัญหาหนึ่งคือ ความหิวก่อนนอน หลังจากที่เรากินข้าวเย็นแล้ว ไปดูทีวีไปอาบน้ำ พอจะนอนก็หิวขึ้นมาอีก  ในช่วงลดน้ำหนักแน่นอนว่าถ้ากินก่อนนอน 1-2 ชั่วโมง  ต้องอ้วนแน่  แต่ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้คงนอนไม่หลับ ดังนั้นวันนี้ผมจะแนะนำวีการรับมือกับความหิวก่อนนอน

สาเหตุของการหิวก่อนนอน

การหิวก่อนนอน สาเหตุไม่ใช่แค่ร่างกายอยากกิน แต่มันมีสาเหตุบางอย่างซ่อนอยู่ในวงจรการใช้ชีวิตประจำวัน คนที่มักจะหิวก่อนนอนจะมีอะไรบางอย่างที่เหมือนกัน นั้นคือรูปแบบการใช้ชีวิต

 

มื้อเย็นเน้นคาร์โบไฮเดรตเป็นหลัก

อาหารจำพวกข้าว , เส้น,  ขนมปังจะมีคาร์โบไฮเดรตที่ทำให้ที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงรวดเร็ว ตอนลดระดับก็ลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน

เราจะรู้สึกหิวก็ตอนที่ระดับน้ำตาลลดลง ยิ่งถ้าลดลงอย่างรวดเร็ว ก็ยิ่งรู้สึกหิวแม้จะเพิ่งกินข้าวไปก็ตาม ดังนั้นคนที่มักกินก๋วยเตี๋ยว, ข้าวแกงกระหรี่,พาสต้า แล้วตบท้ายด้วยของหวานอีก หลังจากทานข้าวเสร็จแล้ว 1 ชั่วโมงก็จะกลับมาหิวอีก

 

มื้อกลางวันกับมื้อเย็นห่างกันเกินไป

ระยะเวลาที่ห่างจากมื้อเช้าถึงมื้อกลางวัน  คนส่วนมากก็จะห่างกันประมาณ 4- 5 ชั่วโมง ถ้าโดยทั่วไปแล้วหลัง

จากมื้อกลางวันถึงเย็นห่างกันประมาณ 6-7 ชั่วโมง  แต่สำหรับคนที่ต้องทำงานจนดึก อาจจะปล่อยให้ห่าง ถึง 8-9 ชั่วโมง ถ้าปล่อยให้ท้องว่างนานๆ มีแนวโน้มมื้อเย็นทำให้เราทานอาหารมากขึ้น อีกอย่างพอเราปล่อยให้ท้องว่างนาน ร่างกายพยายามจะรักษาความสมดุลของพลังงานร่างกายจึงต้องการคาร์โบไฮเดรต พอเราทานคาร์โบไฮเดรตเข้าไปมากอย่างรวดเร็วมันก็จะกลับไปเป็นระดับน้ำตาลขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว

 

นอนดึก

หลังจากทายข้าวเย็นแล้ว หากเรานอนดึก เราก็จะรู้สึกหิวเป็นเรื่องปกติครับ  กระเพาะจะใช้เวลาในการย่อยอาหารประมาณ 4-5 ชั่วโมง ดังนั้นหลังทานข้าวเย็นแล้ว 4-5 ชั่วโมง ก็จะรู้สึกท้องว่าง สำหรับบางรายที่เลือกคุมน้ำหนักหลัง 6 โมงก็จะไม่ทานอาหารอีก เพราะชีวิตประจำวันส่วนใหญ่จะมนุษย์เราจะนอนในเวลา 4 ทุ่ม หรือหากว่าหลังจากเวลาทานมื้อเย็นแล้วหิวก็จะเลือกทานผลไม้แทน เพื่อเป็นการควบคุมน้ำหนัก

 

9 วิธีรับมือกับความหิว

เมนูมื้อดึกเน้นกับข้าวไม่ใช่คาร์โบไฮเดรตอย่างเดียวนะครับควรมีกับข้าวที่มีผักหรือโปรตีนอยู่ด้วย และที่ต้องหลีกเลี่ยงอีกอย่างคือของมัน กระเพาะจะใช้เวลาย่อยของมันค่อนข้างนาน ดังนั้นควรเลือกเนื้อที่มีไขมันน้อย เช่น ปลา ,ไข่,หมู, หรือโปรตีนจากพืช พวกถั่วก็ได้

 

เข้มงวด อย่าปล่อยให้ท้องว่างนานเกิน

ไม่ควรปล่อยให้ท้องว่างนานเกินไป เวลาที่เหมาะสมคือ จากข้าวเช้าถึงกลางวันควรห่างกันประมาน 4-5  ชั่วโมง จากข้าวกลางวันถึงเย็นควรห่างกันประมาณ 6-7 ชั่วโมง

 

เปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต

คนที่ทานข้าวไม่ค่อยครบ 3 มื้อ หรือทานไม่ตรงเวลาแต่อยากทานให้ได้ จะต้องรู้จักจัดการเวลาปรับปรุงรูปแบบการใช้ชีวิต ต้องลองปรับตารางการหลับการนอน หรือแม้กระทั่งการรับประทานอาหาร เลือกตื่นเช้า และทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ และทานอาหารให้ตรงเวลากับที่ร่างกายต้องการ

 

แคลอรี่ได้รับ ข้าวเช้า (มากกว่าหรือเท่ากับ) ข้าวกลางวัน(มากกว่า) ข้าวเย็น

คนที่เลือกมื้อเย็นเป็นมื้อหลักของวัน คงจะลดน้ำหนักได้ยากมาก ใน 1 วัน ไม่จำเป็นต้องลดปริมาณแคลอรีโดยรวมให้น้อยกว่าที่ทานอยู่ทุกวัน แต่แค่แบ่งและปรับความสมดุลในแต่ละมื้อเท่านั้นเอง  ไม่ใช่การจำกัดการทานแต่อย่างใด ถ้าเราทานข้าวกับกลางวันในปริมาณที่เหมาะสม

 

ไม่ออกกำลังกายหนักก่อนนอน

โดยเฉพาะการเล่นกล้ามหรือ Weight training  ที่หนักๆ จะใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตเร็ว ทำให้ร่างกายรู้สึกหิว ถ้าออกกำลังกายควรเป็น Weight training แบบเบาๆ หรือแอโรบิค 10-15 นาที แต่ถ้าวันไหนกินมาก ต้องการเผาผลาญส่วนที่กินเข้าไปในตอนกลางวัน ก็สามารถ Weight training หนัก หรือออกกำลังกายเต้นแอโรบิค ติดต่อกันอย่างน้อย 45 นาที เพื่อให้การเต้นของหัวใจ และร่างกายได้รับการเผาผลาญพลังงานได้

 

ของว่างระหว่างมื้อ กินก่อนมื้อเย็น 3 ชั่วโมง

ถ้าทานของว่างระหว่างมื้อก่อนมื้อเย็น 3 ชั่วโมง ก็จะไม่เป็นอุปสรรคใดๆ แต่ต้องไม่กินของที่มีแคลอรีสูง ไม่ควรเกิน 150 kcal  แนะนำเป็นของที่มีแคลอรี่ต่ำ แต่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น โยเกิร์ต, ปลาหมึกแห้ง,สาหร่ายทะเล เป็นต้น ถ้าวันนั้นจะออกกำลังกายด้วย ก็ทานผลไม้หรือของที่ให้พลังงานมากสักหน่อย ในกรณีไม่ทัน 3 ชั่วโมง ก็ให้ใช้วิธี การแบ่งมื้ออาหาร แบ่งเป็นมื้อเย็นเป็น 2 ครั้ง ครั้งแรกให้ทานคาร์โบไฮเดรตประมาณครึ่งหนึ่งของแคลอรีทั้งหมดก่อน จากนั้นครั้งที่สอง ซึ่งอาจจะเป็นมื้อดึก ก็ทานกับข้าว(โปรตีน) อย่างเดียว จะช่วยควบคุมน้ำหนักได้

 

นมร้อน

ก่อนนอนต้องของร้อนๆ โดยเครื่องดื่มอุ่นๆจะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้อง นอกจากนี้นมยังช่วยทำให้หลับสบายอีกด้วย อีกทั้งนมอุ่นๆจะช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น พอจะเข้านอนอุณหภูมิร่างกายจะค่อยๆลดลงจะช่วยทำให้หลับสบายๆได้ง่าย สำหรับคนที่มีปัญหานอนไม่หลับ อาจจะลองวิธีนี้ดูก็ได้ครับ

 

หมากฝรั่ง ปลาหมึกแห้ง เลือกของที่อยู่ในปากได้นานๆ

ของกินที่แนะนำคือ ของที่เคี้ยวนานๆ อยู่ในปากนานๆ เช่น หมากฝรั่ง ปลาหมึกแห้ง การที่เราเคี้ยวนานๆจะช่วยให้รู้สึกอิ่ม รู้สึกพอใจ นอกจากนี้อาจจะเลือกกินซุปที่มีผักชิ้นใหญ่ เช่น หัวไชเท้า

 

ข้าวต้ม

ก่อนนอนควรเลือกอาหารที่ใช้เวลาย่อยไม่นาน เช่น ข้าวต้ม เพราะไม่อย่างนั้นถ้าย่อยไม่ดีเช้าวันถัดไป เราอาจจะไม่อยากทานข้าวเช้า นอกจากนี้ในข้าวต้มมีน้ำผสมอยู่มาก จึงรู้สึกอิ่มกว่าข้าวปกติ

 

ความหิวก่อนนอนมีสาเหตุหลักมาจากรูปแบบการใช้ชีวิตในเรื่องแบ่งเวลา ซึ่งถ้าเราใส่ใจหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

 

อย่างแรกเลย ลองจดบันทึกว่าในวันวันหนึ่งเราทานอะไรเข้าไป  ตื่น – นอนกี่โมง  ทำงานกี่โมง จากนั้นมาลองดูว่าตรงไหนที่ต้องแก้ไขปรับเปลี่ยนเวลา นอกจากนี้ลองทำเครื่องหมายวันที่รู้สึกหิวก่อนนอน แล้วลองสังเกตดูว่าความหิวเกิดขึ้นได้อย่างไร เปลี่ยนแปลงอย่างไร ตอนไหนหิว ตอนไหนไม่หิว จะทำให้เรารู้ตัวเอง และเตรียมรับมือความหิวได้ เมื่อได้ข้อมูลเราก็มาปรับการใช้ชีวิตในการกินของเรากันดูนะคะ

บทความที่น่าสนใจ
พฤติกรรมที่ควรเลิกทำก่อนนอน เพราะอาจทำเกิดปัญหาเรื่องกการนอนหลับ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้ปัญหาเรื่องการนอนหลับ ได้เข้ามารบกวนการดำเนินชีวิตของใครหลาย ๆ คน ทำให้เกิดผลกระทบต่อการทำงาน และสุขภาพในด้านต่าง ๆ ทั้งนี้ปัญหาเรื่องการนอนดังกล่าวอาจสอดคล้องกับพฤติกรรมที่เราได้ทำก่อนเข้านอน วันนี้เราจึงอยากให้ทุกคนลองสังเกตพฤติกรรมของตัวเองดูว่า เข้าข่าย “พฤติกรรมที่ควรเลิกทำก่อนนอน” หรือไม่ ตามไปดูกันได้เลยค่ะ การเล่นโทรศัพท์มือถือ แน่นอนในทุกวันนี้พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว แต่เราขอเตือนว่าในช่วงเวลาก่อนนอนหรือตอนที่เราปิดไฟกำลังเข้านอนแล้ว ไม่ควรใช้อุปกรณ์เหล่านี้อีก เพราะการแจ้งเตือนต่าง ๆ จะรบกวนช่วงเวลาเคลิ้มหลับของเรา ทำให้เราไม่สามารถข่มตาหลับได้ หรือลองจิตนาการว่าคุณได้หลับไปแล้ว แต่ต้องตื่นขึ้นกลางดึกเพราะมีเสียงแจ้งเตือนดังมาจากมือถือ ดังนั้นคำแนะนำของเราคือควรหยุดการเล่นมือถือก่อนเข้านอนประมาณ 30 นาที และปิดการแจ้งเตือนต่าง ๆ เพื่อที่คุณจะได้หลับโดยไม่มีอะไรมารบกวน การออกกำลังกายอย่างหนัก การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดี แต่การออกกำลังกายอย่างหนักก่อนนอนนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดีต่อร่างกายแน่นอน เพราะจะทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ร่างกายต้องทำงานอย่างหนัก และอยู่ในสภาวะตื่นตัว กว่าร่างกายจะเข้าสู่โหมดพักผ่อนนั้นจะค่อนข้างกินเวลา ทางที่ดีควรออกกำลังกายก่อนเวลานอนปกติประมาณ 3 ชั่วโมง ไม่อาบน้ำก่อนนอน เมื่อร่างกายต้องเผชิญกับมลภาวะต่าง ๆ มาตลอดทั้งวัน และยังมีคราบเหงื่อไคลรวมถึงเชื้อโรค ทางทีดีเราควรชำระล้างร่างกายก่อนนอน เพื่อทำให้รู้สึกสบายตัว และไม่ทำให้เตียงของเรากลายเป็นแหล่งบ่มเพาะเชื้อโรค นอกจากนี้การอาบน้ำอุ่นก่อนนอนจะทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและรู้สึกสบายตัวมากขึ้น ทั้งนี้ควรเลือกอาบน้ำ/แช่น้ำอุ่นก่อนนอนอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพราะการอาบน้ำอุ่นและเข้านอนทันที อาจทำให้คุณนอนไม่หลับได้ เพราะน้ำอุ่นจะไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้ร่างกายตื่นตัวจนไม่สามารถข่มตานอนได้นั่นเอง […]

สาเหตุนอนไม่หลับ
บอกลาปัญหานอนไม่หลับจะท่ากายภาพบำบัดที่คุณก็ทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน

การนอนไม่หลับถือได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับใครหลายคนเพราะการนอนไม่หลับทำให้เราหงุดหงิด เมื่อเราไม่สามารถสั่งให้ร่างกายเราหลับ ตามที่เราต้องการได้ ทั้งๆที่เวลาก็ล่วงเลยไปบางทีตี 1 ตี 2 บางทีจนตี 3 ก็ยังนอนไม่หลับถึงแม้ว่าร่างกายเราจะเรียกร้องให้เราหลับไปตาม การทำงานของนาฬิกาชีวิตก็ตามดังนั้นปัญหาการนอนไม่หลับจึงทำให้หลายคนรู้สึกทรมานกับอาการเหล่านี้ที่เกิดขึ้นทุกคืน นอกจากนี้ หลายคนยังเกิดเป็นโรค หยุดหายใจขณะหลับซึ่งเกิดจากการนอนกรน ซึ่งการนอนกรน ก็เป็นสาเหตุ ที่ทำให้เกิดการนอนไม่หลับได้เช่นกัน ดังนั้นทางการนอนไม่หลับ อาการนอนกรน และโรคหยุดหายใจขณะหลับจึงเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงและสัมพันธ์กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้การที่เราเป็นอย่างหนึ่งก็มักจะทำให้เกิดโรคอีกอย่างหนึ่งในนี้วนเวียนกันอยู่เรื่อยไปดังนั้น แก้ไขปัญหาต่างๆเหล่านี้เราจึงสามารถทำได้ด้วยการใช้ท่านอนที่มีผลต่อการไหลเวียนอากาศ ในร่างกายได้ดีช่วยให้เรานอนหลับสบายไม่เกิดอาการกรนและไม่เกิด ภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อีกด้วย   ท่ากายภาพ ที่มีผลต่อการนอนหลับและการหยุดหายใจขณะหลับ   การนอนหงายแบบเอนหลัง 30 องศา เป็นท่านอนหงายที่ได้จากการวิจัยและเก็บข้อมูลของผู้ที่มีอาการต่างๆข้างต้นซึ่งพบว่าท่านอนหงายแบบเอนหลัง 30 องศานี้เป็นท่านอนที่มีภาวะต้านการหายใจน้อยที่สุดและรองลงมาคือการนอนตะแคงซ้ายและนอนตะแคงขวาซึ่งได้ผลไม่ต่างกันมากนักส่วนการนอนหงายราบกับพื้นเป็นท่านอนที่เราควรหลีกเลี่ยงเพราะท่านี้จะมีผล ทำให้เกิดการต้านการหายใจมากที่สุดนั่นเอง   ดังนั้นถ้าหากเราจะทำการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และยังช่วยลดความเสี่ยงสำหรับผู้ที่คิดว่าอาจจะเป็นโรคนี้ จึงควรที่จะเปลี่ยนท่านอนจากที่เคยนอนอยู่เดิมมาทดลองนอนหงายแบบเอนหลัง 30 องศาโดยที่ หนุนด้วยหมอนที่ไล่ระดับลงมาจากส่วนที่หนุนศีรษะสูงที่สุดมายังต้นคอและไหล่โดยที่ควรจะมีหมอนใบเล็กรองรับข้อพับเข่าอีกใบหนึ่งเพื่อไม่ให้กระดูกสันหลังและคอคดงอ การนอนแบบนี้จะเป็นท่านอนที่ช่วยให้ทางเดินหายใจของเราเปิดโล่ง ซึ่งปัญหาของภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่เรามักจะทราบกันเป็นอย่างดีเสมอก็คือมีสาเหตุมาจากการที่ลำคอเราบีบแคบลงหรือตีบตันหรือเกิดจากการที่ลิ้นไก่ห้อยตัวลงมาปิดช่องทางเดินหายใจซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ก็เกิดขึ้นจากการที่เรานอนหงายราบกับพื้นดังนั้นการนอนแบบเอนหลัง 30 องศาจึงเป็นท่านอนที่ดีที่จะช่วยลดปัญหาและลดสาเหตุต่างๆเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

อาการนอนไม่หลับ
การนอนไม่หลับ กับเครื่องดื่มดีๆที่ช่วยคุณได้

การนอนไม่หลับอาจจะฟังดูเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับหลายคนที่ไม่เคยเกิดสภาวะนี้เกิดขึ้นกับร่างกายเราตลอดเวลาเรานอนหลับอย่างเป็นปกติและนอนหลับดีตลอดมาแต่สำหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับบ่อยๆเมื่อฟังดูแล้วก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าสนุกเอาซะเลย  เพราะการนอนไม่หลับถือเป็นความทรมานอย่างหนึ่ง เมื่อร่างกายต้องการพักผ่อนตามเวลาของนาฬิกาชีวิต   แต่เรากลับยังไม่รู้สึกง่วงหรือพยายามข่มตานอนแล้วแต่ก็นอนไม่หลับสักที  ซึ่งการนอนไม่หลับยังส่งผลทำให้เรารู้สึกเพลียตลอดทั้งวัน ไม่สดชื่นไม่สดใสตามที่ควรจะเป็น  อีกทั้งยังทำร้ายผิวพรรณ  ทำให้ความจำเราไม่มีประสิทธิภาพ  หรือพูดง่ายๆว่าความจำเราลดน้อยลง กระบวนการเรียนรู้และตอบสนองช้าลง  คิดช้าลงและมีอาการหงุดหงิดง่ายมากขึ้นอีกด้วยที่สำคัญก็คืออาจจะทำให้เกิดอาการหลับใน  ซึ่งเป็นปัญหาอย่างยิ่งและเป็นอันตรายสำหรับผู้ที่ต้องขับรถหรือเดินทางอยู่บ่อยๆ  และการนอนไม่หลับนี้ยังส่งผลทำให้หลอดเลือดสมองตีบ  เสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้เร็วกว่าคนปกติ  นอกจากนี้ยังทำให้เป็นโรคอื่นๆ  ตามมาได้อย่างง่ายดายมากอีกด้วย   ซึ่งถือได้ว่าการนอนไม่หลับไม่ใช่เป็นเพียงแค่อาการเล็กน้อยเท่านั้น  แต่ผลเสียที่ตามมาอีกมากมายทำให้การนอนหลับกลายเป็นเรื่องที่น่ากลัว  ดังนั้น  วันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าวิธีการที่จะช่วยให้เรานอนหลับง่ายขึ้นสบายมากยิ่งขึ้นต้องทำอย่างไรบ้าง   แก้ปัญหาการนอนไม่หลับ วิธีการแก้ปัญหาสำหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับสามารถทำได้อย่างหลากหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการลดความตึงเครียดด้วยการผ่อนคลายหรือยืดเหยียดกล้ามเนื้ออยู่ค่ะเบาๆก่อนนอนก็สามารถช่วยได้รวมไปถึงการที่เราได้หัวเราะกับเรื่องราวหรือสิ่งต่างๆตามสภาวะอารมณ์ให้เป็นบวกก็ทำให้เราผ่อนคลายจากเรื่องตึงเครียดทั้งหลายและทำให้หลับสบายได้มากยิ่งขึ้นนอกจากนี้ยังมีเรื่องของการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มโดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องดื่มที่จะช่วยให้เรานอนหลับสบายและหลับได้ง่ายมากยิ่งขึ้นดังนี้   การดื่มชาสมุนไพรอุ่นๆ ไม่ว่าจะเป็นชาเขียวหรือชาขาว แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้นแนะนำให้ดื่มชาดอกคาโมมายซึ่งจะทำให้เราผ่อนคลายจากกลิ่นอ่อนๆของดอกคาโมมายช่วยให้เราหลับสบายมากยิ่งขึ้น   น้ําเชอรี่ทาร์ต  ถือได้ว่าเป็นน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพเพราะน้ำตาลน้อยซึ่งถ้าหากเราจะดื่มน้ำผลไม้ก่อนนอนประเภทอื่นๆอย่างเช่นน้ำส้มซึ่งเต็มไปด้วยวิตามินซีแต่ก็จะมีน้ำตาลสูงมากอาจจะทำให้ร่างกายเราตื่นตัวมากยิ่งขึ้นจากภาวะที่ร่างกายได้รับน้ำตาลเข้าไปทำให้ร่างกายตื่นตัวดังนั้นลองเปลี่ยนมาเป็นน้ำ Cherryทาร์ต ก็จะสามารถช่วยให้เรานอนหลับได้อย่างสบายมากยิ่งขึ้นและไม่ต้องกังวลกับการตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อที่จะลุกเข้าห้องน้ำนั่นเอง   นมอุ่นๆเป็นเครื่องดื่มที่เกิดมาเพื่อปราบการนอนไม่หลับเพราะมีคาร์โบไฮเดรตอีกทั้งการที่ร่างกายได้รับอะไรอุ่นๆจะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นและเมื่อร่างกายต้องทำหน้าที่ย่อยคาร์โบไฮเดรตก็จะทำให้เรารู้สึกง่วงได้ง่ายมากยิ่งขึ้นจึงทำให้เรานอนหลับสบาย